The fact must be set straight that, as a constitutional monarch, His Majesty is, my law and in practice above politics and has never overstepped his constitutional duties nor interfered in political matters.ข้อเท็จจริงที่ต้องได้รับการทำให้ชัดแจ้งคือ ในฐานะกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ, ทั้งในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ, ในหลวงทรงอยู่เหนือการเมือง และไม่เคยเลยที่จะทรงก้าวข้ามหน้าทีตามรัฐธรรมนูญ และไม่เคยเลยที่จะเข้ายุ่งเกี่ยวในเรื่องการเมืองหนังสือประท้วงของกระทรวงการต่างประเทศไทย ต่อ แดน ริเวอร์ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น วันที่ 21 พฤษภาคม 2553 (ขอบคุณ คุณ Pedz Yukz และคุณ P-doubleok LeLapin)
วันที่ 16 สิงหาคม 2519 ประภาส จารุเสถียร หรือ "ทรราชประภาส" ได้แอบลอบกลับเข้ามาในประเทศไทย นักศึกษาได้ก่อการประท้วงขึ้นทันที เรียกร้องให้รัฐบาลไล่ประภาสออกนอกประเทศหรือนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อการปราบปรามประชาชนเมื่อ 14 ตุลา 2516 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 70 คน พิการและบาดเจ็บอีกนับร้อย

ไทยรัฐ, วันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2519

ไทยรัฐ, วันพุธที่ 18 สิงหาคม 2519
หลังจากชุมนุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แล้ว, สองวันต่อมา นักศึกษาก็เริ่มการชุมนุมยืดเยื้อเรียกร้องให้เอาผิดประภาส โดยเริ่มชุมนุมที่สนามหลวง แล้วย้ายเข้าไปปักหลักในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไทยรัฐ, วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2519
การชุมนุมยืดเยื้อมาถึงวันที่ 21 สิงหาคม ในช่วงเย็น ระหว่างที่ขบวนของนักศึกษารามคำแหงเดินทางมาร่วมชุมนุม กลุ่มกระทิงแดง ได้ปาระเบิดและยิงปืนเข้าใส่ ที่บริเวณประตูมหาวิทยาลัยด้านหอประชุมใหญ่ ทำให้มีคนตาย 2 คน บาดเจ็บกว่า 30 คน

ไทยรัฐ, วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2519

ประชาชาติ, วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2519
แต่ผลจากการประท้วง และการเสียสละชีวิตและร่างกายของนักศึกษาและประชาชนนี้ ทำให้รัฐบาลสามารถไปเจรจาบีบให้ประภาส ยอมรับที่จะออกนอกประเทศไป ในวันต่อมา (เดิมประภาสอ้างว่า จะขออยู่ 7 วัน แล้วจะกลับออกไป) นายสุรินทร์ มาศดิษถ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ถึงการเจรจา ดังนี้

ไทยรัฐ, วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2519
วันที่ 22 สิงหาคม 2523 ประภาส ได้เดินทางกลับออกนอกประเทศไปอีกครั้ง แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ ก่อนการเดินทางออกนอกประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประภาส เข้าเฝ้า การได้เข้าเฝ้าครั้งนั้น เกิดขึั้น หลังจากรัฐบาลได้เจรจาจนประภาส ได้ยอมออกนอกประเทศแล้ว และก็เป็นการเข้าเฝ้าโดยประภาสคนเดียว ไม่มีตัวแทนรัฐบาลเข้าเฝ้าด้วย ดังนั้น จึงไม่ใช่เงื่อนไขที่ประภาสใช้มาต่อรองกับรัฐบาลในการยอมออกนอกประเทศ (รัฐบาลไม่มีความสามารถจะเอาราชสำนักมาต่อรองได้อยู่แล้ว) และไม่ใช่การพาเข้าเฝ้าของรัฐบาล พูดง่ายๆคือเป็นเรื่องระหว่างราชสำนักกับประภาส ยิ่งกว่านั้น การเข้าเฝ้านี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่ผู้ประท้วงได้ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บล้มตายหลายคน
ที่ "ประหลาด" คือ ในขณะที่ หนังสือพิมพ์อย่าง ไทยรัฐ พาดหัวเรื่องประภาสเข้าเฝ้่าก่อนเดินทางกลับ แต่กลับไม่มีกล่าวถึงเรื่องนี้เลยในเนื้อข่าว

ไทยรัฐ, วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2519
เท่าที่ผมหาได้ มีแต่ ประชาชาติ ที่ทั้งพาดหัว และ "รายงานข่าว" สั้นๆ คือ เพียงเอาคำแถลงของสำนักพระราชวังมาลง ไม่กี่บรรทัด

ประชาชาติ, วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2519

การให้ประภาสเข้าเฝ้านี้ อาจจะดูเป็น "เรื่องเล็ก" แต่ถ้าคำนึงถึงสถานะของสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทยและปริบทของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง นัยยะของการให้ประภาสเข้าเฝ้านี้ก็ใหญ่หลวงมาก เพียงแต่เราไม่มีเสรีภาพเต็มที่ในการอภิปรายเท่านั้น อย่างน้อยที่สุด ก็เห็นได้ชัดว่า "วาทกรรม" ที่เราได้ยินกันบ่อยๆเรื่อง "ในหลวงไม่เคยเลยที่จะเข้ายุ่งเกี่ยวในเรื่องการเมือง" ของกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานรัฐอื่นๆ และราชสำนักเอง เป็นเรื่องไม่จริง ตรงกันข้าม ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ตั้งแต่ปลายปี 2494 เป็นต้นมา ถ้าจะหยิบยกมาอภิปรายกันได้เต็มที่จริงๆ มีเรื่องแบบนี้มากมาย กรณีประภาสเข้าเฝ้า เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น